สินค้า

 

บทความ

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย (GinKgo biloba extract)

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแป๊ะก๊วย

            ต้นแป๊ะก๊วยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เชื่อกันว่าเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุด

ในโลกชนิดหนึ่งที่พบหลงเหลืออยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นพืชที่หายากและใกล้สุญพันธุ์ โดยพบอยู่ใน

ธรรมชาติเพียงไม่กี่ตน ต่อมามีการนำต้นแป๊ะก๊วยไปปลูกในประเทศญี่ปุ่นและเหลี และในราวศตวรรษที่ 18 ได้มีการปลูกในทวีปยุโรป ปัจจุบันต้นแป๊ะก๊อยเป็นไม้ให้ร่มเงาตามแนวถนนและในสวนสาธารณทั่วไปทั้งในยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา

            ต้นแป๊ะก๊วย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่อาจสูงได้ถึง 35-40 เมตร ต้นโตเต้มที่เส้นรอบวงประมาร 3-4 เมตร และอาจโตได้ถึง 7 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะคล้ายพัด กว้าง 5-10 เซนติเมตร ก้านใบยาว ใบแก่มีรอยหยัก เว้าตรงกลาง ใบออกเวียนสลับกันหรือออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง เส้นใบขนาดกันจำนวนมากใบอ่อนมีสีเขียว สามารถเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อโตเต็มที่และเป็นสีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง ต้นแป๊ะก๊วยจะมีต้นตัวผู้ และต้นตัวเมียซึ่งลักษณะแตกต่างกัน

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยแห้ง

            มีหลายขั้นตอนในการสกัดสารจากใบแป๊ะ เพื่อกำจัดสารที่ไม่ต้องการ สารสกัดที่ได้มี

อัตราส่วน 1: 50 ของใบแป๊ะก๊วย

            ในใบแป๊ะก๊วยมีสารประกอยทางเคมีมากมาย เช่น alkanes, Lipids, sterols, benzenoids, earotenoids, phenylpropanoids, carbohydrates, flavonoids และ terpenoids มีสารที่สำคัญที่สามารถออกฤทธิ์ได้เพียง 2 กลุ่มคือ

  1. สารกลุ่ม flavonoids: ในใบแป๊ะก๊วยมร flavonol glycosides ประมาณ 20 ชนิด และยังมีสารจำพวก bioflavonoids หลายชนิด ซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในใบแป๊ะก๊วยเท่านั้น
  2. สารกลุ่ม Terpioidal Compound ประกอบด้วยสาร diterpene lactone ginkgolides A, B, C, J, และ M  และสาร sequiterpene lactone bilobalide

การใช้สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย

            การศึกษาทางคลินิกที่มีการควบคุม เป็นอย่างดีหลายๆ การศึกษาทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย EGb761 (ซึ่งประกอบด้วย gingko flavoneglycosides 24 % และ terpenoids 6%) สามารถใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับการเสื่อมสรรถภาพของสมอง ซึ่งรวมถึงอาการต่างๆ ที่เกิดจากการไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การรับรู้ลดลง สมองเสื่อมเนื่องจากเซลสมองตายสมองเสื่อมจากความชรา และโรค Alzheimer สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยสามารถ ปรับปรุง ส่งเสริมอาการต่างๆ ให้ดีขึ้นในด้านประสิทธิภาพเรียนรู้ โดยเฉพาะความจำ การมีสมาธิ ความตื่นตัวกระตุ้นด้านความรู้สึกและความคล่องตัวในการคิด

            นอกจากเรื่องเกี่ยวกับสมองแล้ว สารสกัดจากใยแป๊ะก๊วยยังมีคุณสมบัติใช้ในการรักษาโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน ที่มีผลทำให้การก้าวเดินลำบาก และโรคที่เกี่ยวกับอาการป่วยที่เกิดจากการอยู่ในที่สุงเช่น อาการของนักปีนรเขา

            นอกจากสารสกัจากใบแป๊ะก๊วยช่วยให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ (cognitive function) ดีขึ้นแล้ว ยังมีผลการศึกษาเกี่ยวกับสารตัวอื่น ๆ เช่น เบต้า -แคโรทีน (Betacarotene) หรือวิตามินอีก็ให้ผลที่ดีต่อการเรียนรู้และความเข้าใจของผู้อายุได้ดีขึ้น นอกจากนี้ความพอเหมาะ พอดีของอาหาร ยังเป็นตัวช่วยให้ทุกระบบของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการศึกษาต่าง ๆ การให้ยาเม็ดสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ควรคำนึงถึงขนาดที่จะใช้ต่อวัน ระยะเวลาที่ต้องกินเพื่อรักษาอาการต่าง ๆ ต้องจะไม่นานคือประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งไม่แนะนำให้กินติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ เพราะอาจผลข้างเคียงของยานอกจากนี้สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยยังมีราคาสูงอีกด้วย

ขนาดที่ใช้ต่อวัน

            สารสกัดแห้ง 120 – 240 มิลลิกรัม แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง สำหรับรักษาอาการ dementia โดยให้ยาติดต่อกัน 8 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 3 เดือน

            สารสกัดแห้ง 12 – 160 มิลลิกรัม แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง สำหรับรักษาอาการเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน และอาการมึงงง มีเสียงในหู โดยให้ยาติดต่อกัน 6-8 สัปดาห์ การให้ยานานกว่านี้ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษา

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากสารสกัดใบแป๊ะก๊วย

  1. สาร Gingkolide จากใบแป๊ะก๊วยมีฤกธิ์ยีนส์การเกาะดึงของเกร็ดเลือด ถ้ากินยาแอสไพรินอยู่ประจำ หรือกินยา ticlopidine อยู่อาจมีผลข้างเคียงของการไหลไม่หยุด
  2. ถ้ากินสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย และมีอาการกระวนกระวาย
  3. สำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังไม่มีงานวิจัยตีพิมพ์ถึงความปลอดภัย หรือผลที่จะเกิดกับทารก

รศ.ธรา วิริยะพานิช

กิตติ สรณเจริญพงษ์

จันทรกานต์ ทองเปลว

สถาบันโภชนาการ มหาลัยมหิดล

http://www.inmu.mahidol.ac.th/Th/knowledge/view.php?id=73


โพส: 1 ก.พ. 61, 09:27 น.
บทความล่าสุด
เสริมสารอาหารอย่างไรให้เกิดประโยชน์

เสริมสารอาหารอย่างไรให้เกิดประโยชน์

ท่านผู้อ่านสังเกตไหมว่าเดี๋ยวนี้ผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ มีการเสริมอาหารกันมาก มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นม น้ำผลไม้ ขนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปจนกระทั้งน้ำปลา ซอส และน้ำมันพืช ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสร้างทางเลือกแก่ผู้บริโภค ทำให้มีแหล่งของสารอาหารเหล่านี้ที่หลากหลายขึ้นและยังอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินและแร่ธาตุในประชากรบางกลุ่ม การจะเติมอะไรลงไปในอาหารนั้นไม่ใช่ทำได้ง่าย ๆ นึกอยากจะใส่ก็ใส่ลงไปเลย ต้องมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ถูกหลัก ปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง ในฉบับนี้เราจะมาลองดูกันว่ามีขั้นตอนอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาเสริมสารอาหารลงในผลิตภัณฑ์อาหาร